จังหวัดกระบี่ ยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มรูปแบบ บูรณาการหน่วยงานท้องถิ่นและสส.ในพื้นที่ เร่งจัดทำแผนงบประมาณปี 2570-2575 มุ่งเน้นการขุดลอกคลองกระบี่ใหญ่และก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปาและอุทกภัยในระยะยาว
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำคลองกระบี่ใหญ่ โดยมี นายกิตติ กิตติธรกุล (สส.กระบี่ เขต 1) และ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน (สส.กระบี่ เขต 3) จากพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมหารือกับส่วนราชการเพื่อวางโรดแมปแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบ
เปิดแผนชลประทานกระบี่ ปี 2570 - 2575
โครงการชลประทานกระบี่ สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน ได้นำเสนอแนวทางการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บและระบายน้ำ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้:
| ระยะของแผนงาน | ช่วงปีงบประมาณ | รายละเอียดโครงการหลัก |
| ระยะสั้น (เร่งด่วน) | พ.ศ. 2570 | ขุดลอกตะกอนดินหน้าฝายคลองน้ำตาย, ซ่อมแซมฝายคลองหญ้าไทรและบ้านทุ่งเจริญ, ขุดลอกคลองกระบี่ใหญ่ (ระยะที่ 1) |
| ระยะกลาง | พ.ศ. 2571 - 2572 | ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองกระบี่ใหญ่, ปรับปรุงฝายบ้านทับปริก, ขุดลอกคลองกระบี่ใหญ่ (ระยะที่ 2 และ 3) |
| ระยะยาว (ยั่งยืน) | พ.ศ. 2575 | โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำ |
แนวทางแก้ปัญหาน้ำประปาและภัยแล้ง
ในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขากระบี่ ได้เตรียมแผนรองรับวิกฤตน้ำแล้งที่กระทบต่อเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ดังนี้:
มาตรการระยะสั้น: เพิ่มน้ำต้นทุนด้วยการสูบจากคลองกระบี่น้อย และกระจายจุดผลิตน้ำให้ทั่วถึง
มาตรการระยะยาว: วางระบบท่อเชื่อมโยงเครือข่ายประปาและก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่
แผนเผชิญเหตุ: กำหนดมาตรการรองรับตามระดับความรุนแรงของภัยแล้งเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
สส.กระบี่ ผลักดันงบประมาณส่วนกลาง แก้ไขความเดือดร้อนประชาชน
นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ เขต 1 ระบุว่าปัญหา "น้ำท่วมในฤดูฝนและน้ำแล้งในฤดูร้อน" เป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวกระบี่มานาน โดยเฉพาะระบบผลิตน้ำประปา
"ในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจะนำแผนงานเหล่านี้ไปขับเคลื่อนต่อในระดับรัฐสภา เพื่อผลักดันการจัดสรรงบประมาณมาใช้ในการขุดลอกคลองและสร้างฝายชะลอน้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อคืนรอยยิ้มและความมั่นใจด้านการใช้น้ำให้กับพี่น้องประชาชน" นายกิตติ กล่าว
การบูรณาการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นล่วงหน้า ซึ่งคาดการณ์ว่าหากได้รับงบประมาณตามแผน สถานการณ์ขาดแคลนน้ำดิบจะเริ่มคลี่คลายลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
