กระบี่ (18 พฤษภาคม 2569) – จังหวัดกระบี่ยกระดับมาตรการเข้มงวด สั่งใช้ "พะงันโมเดล" ตรวจสอบและปราบปราม ธุรกิจนอมินี (Nominee) หรือการใช้ตัวแทนอำพรางเพื่อถือครองธุรกิจและที่ดินแทนชาวต่างชาติ หลังพบเบาะแสความพยายามย้ายฐานทุนนอมินีจากเกาะพะงันเข้าสู่พื้นที่เกาะลันตาและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในกระบี่
ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ ปราบปรามธุรกิจนอมินีในกระบี่
นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายกิตติ กิตติธรกุล และ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกระบี่ ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางเชิงรุกในการตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายความผิด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบข้อมูลที่น่าสนใจในจังหวัดกระบี่ ดังนี้:
บริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน: ทั้งหมด 749 ราย
ต่างชาติถือหุ้นเกิน 50%: จำนวน 13 ราย
ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49%: จำนวน 736 ราย (กลุ่มเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก)
ผลการดำเนินงานล่าสุด: ตำรวจจับกุมผู้ประกอบการที่เข้าข่ายนอมินีแล้ว 5 ราย (ศาลตัดสินแล้ว 1 ราย) พบผู้ร่วมลงทุนเป็นชาวรัสเซีย อิสราเอล และกัมพูชา โดยมีคนไทยและสำนักงานกฎหมาย/บัญชีร่วมขบวนการ
เจาะพฤติกรรม "ตัวแทนอำพราง" และช่องโหว่ทางกฎหมาย
ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์ที่ผิดปกติของกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อเลี่ยง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ดังนี้:
การใช้สำนักงานบัญชี/กฎหมาย: เป็นผู้รับมอบอำนาจและปลอมแปลงเอกสารขึ้นทะเบียนธุรกิจ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และนำเที่ยว: มีการถือครองหุ้นในสัดส่วนที่ผิดปกติ
วีซ่าแฝง (Visa Run): ใช้ธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาหรือค่ายมวยเป็นฉากหน้า เพื่อให้ชาวต่างชาติขอวีซ่าพำนักระยะยาวโดยไม่ได้มาเรียนจริง
การจ้างแรงงานผิดปกติ: พบความผิดปกติในการแจ้งประกันสังคมและการเข้า-ออกของนิติบุคคล
ยกระดับสู่ "พะงันโมเดล" บังคับใช้กฎหมายที่ดินขั้นสูงสุด
จังหวัดกระบี่เตรียมใช้แนวทางเดียวกับเกาะพะงัน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลจาก พาณิชย์จังหวัด, ประกันสังคม และจัดหางาน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่
มาตรการเด็ดขาด: หากพบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ผ่านนอมินี จะใช้กฎหมายที่ดิน บังคับให้จำหน่ายและริบที่ดินคืน ทันที
พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ: อำเภอเมืองกระบี่ และ เกาะลันตา ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่คาดว่ากลุ่มทุนจะย้ายฐานเข้ามา
เตรียมดันเรื่องเข้าสภาฯ เพิ่มบทลงโทษนอมินี
นายกิตติ กิตติธรกุล และ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.จังหวัดกระบี่ ระบุว่าปัจจุบันบทลงโทษนอมินียังเบาเกินไป ทำให้กลุ่มทุนใหญ่ไม่เกรงกลัว เตรียมยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อปรับปรุงข้อกฎหมายและเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้น เพื่อปกป้องอาชีพของคนไทยและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ช่องทางการแจ้งเบาะแส:
หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมความผิดปกติ หรือธุรกิจที่สงสัยว่าเป็นนอมินีในพื้นที่จังหวัดกระบี่ สามารถแจ้งได้ที่ศาลากลางจังหวัด หรือสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบเร่งด่วน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่
